Translation:Royal Institute Act, 2544 BE

Royal Institute Act, 2544 BE  (2001) 
by National Assembly of Thailand, translated from Thai by Wikisource

Seal of the Royal Command

พระราชบัญญัติ
ราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๕๔๔


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
เป็นปีที่ ๕๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

Seal of the Royal Command

Royal Institute
Act,
2544 BE


Bhumibol Adulyadej R

Given on the 31st day of October 2544 BE [2001]
Being the 56th year of the present reign

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า Phra Bat Somdet Phra Paramin Maha Bhumibol Adulyadej has issued with his pleasure a great royal command that it be proclaimed as follows:
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยราชบัณฑิตยสถาน Whereas it is appropriate to improve the law on the Royal Institute;
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ Therefore, he grants with his gracious pleasure, by and with the advice and consent of the National Assembly, the enactment of the following Act:
มาตราพระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๔" Section1.This Act is called the "Royal Institute Act, 2545 BE".
มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป Section2.This Act shall come into force from the day following the date of its publication in the Government Gazette onwards.
มาตราให้ยกเลิก

(๑)พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕

(๒)พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๗

Section3.Repealed shall be:

(1)the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942];

(2)the Royal Institute Act (No. 2), 2487 Buddhist Era [1944].

มาตราให้ราชบัณฑิตยสถานที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นราชบัณฑิตยสถานตามพระราชบัญญัตินี้ Section4.The Royal Institute which has been established in accordance with the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942], shall become the Royal Institute under this Act.
มาตราให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ Section5.The Prime Minister shall be in charge of this Act.

หมวด ๑
บททั่วไป



มาตราให้ราชบัณฑิตยสถานเป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรม ซึ่งไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน Section6.The Royal Institute shall be a governmental service entity called otherwise and [shall] have the status of a department which is not affiliated with the Office of the Prime Minister [or any] ministry or bureau, according to the law on state administration organisation.
มาตราให้ราชบัณฑิตยสถานมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ Section7.The Royal Institute shall have the following powers and duties:
(๑)ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ให้เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศและประชาชน (1)to investigate, research, and nourish all types of knowledge, and to publish the created works for the benefit of the Country and its people;
(๒)ติดต่อ แลกเปลี่ยนความรู้ และประสานงานทางวิชาการกับองค์การปราชญ์และสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (2)to contact with, exchange knowledge with, and coordinate on academic affairs with learned organisations and other academic institutes, both inside and outside the Country;
(๓)ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี (3)to provide academic opinion, advice, and counsel to the Prime Minister or Council of Ministers;
(๔)ให้บริการทางวิชาการแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานของเอกชน และประชาชน (4)to provide academic services to governmental service entities, state enterprises, constitutional independent agencies, public organisations, other state agencies, educational institutes, private agencies, and the people;
(๕)ดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน การบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย และงานวิชาการอื่น ๆ (5)to conduct works relating to the production of dictionaries, encyclopaedias, directories, [and] taxonomies, the coinage of academic terms in all branches, and the production of dictionaries of foreign academic terms in the Thai language, as well as other academic works;
(๖)กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทยมิให้แปรเปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม การส่งเสริมภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น (6)to determine criteria relating to the usage of the Thai language, the conservation of the Thai language from ruinous changes, [and] the promotion of the Thai language, an identity of the Nation, for more prominent recognition of its;[1]
(๗)ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถาน (7)to perform other actions which law determines to be subject to the powers and duties of the Royal Institute.
มาตราให้แบ่งงานทางวิชาการของราชบัณฑิตยสถานออกเป็นสำนัก ดังนี้ Section8.The academic works of the Royal Institute shall be divided into the following academies:
(๑)สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง (1)Academy of Moral and Political Sciences;
(๒)สำนักวิทยาศาสตร์ (2)Academy of Science;
(๓)สำนักศิลปกรรม (3)Academy of Arts.
การจัดตั้งสำนักขึ้นใหม่ การยุบ การรวม หรือการแยกสำนัก ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา The establishment of new academies [and] the dissolution, consolidation, or separation of [existing] academies shall be made through royal decrees.[2]
มาตราการกำหนดประเภทวิชาในแต่ละสำนัก และการแบ่งประเภทวิชาออกเป็นสาขาวิชา ให้ทำเป็นข้อบังคับสภาราชบัณฑิต Section9.The determination of the fields of knowledge in each academy and the division of the fields of knowledge into disciplines of knowledge shall be made through regulations of the Council of Fellows.
มาตรา๑๐ข้อบังคับสภาราชบัณฑิต ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา Section10.Regulations of the Council of Fellows shall be published in the Government Gazette.

หมวด ๒
สมาชิก



มาตรา๑๑ราชบัณฑิตยสถานมีสมาชิก ๓ ประเภท คือ Section11.Members of the Royal Institute are of three types, namely:
(๑)ภาคีสมาชิก (1)associate fellows;[3]
(๒)ราชบัณฑิต (2)fellows;[4]
(๓)ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (3)honorary fellows.[5]
มาตรา๑๒ภาคีสมาชิก ได้แก่ บุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ และมีคุณวุฒิตามมาตรา ๑๔ ซึ่งสมัครเข้าเป็นภาคีสมาชิกของสำนักใดสำนักหนึ่งตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิต และสำนักนั้นได้มีมติรับเป็นภาคีสมาชิกแล้ว Section12.An associate fellow is a person having the qualifications according to section 13 and having the proficiency according to section 14, who applies for an associate fellowship of any particular academy according to the regulations of the Council of Fellows and is admitted [to the academy] as its associate fellows by a resolution of such academy.
มาตรา๑๓ผู้สมัครเป็นภาคีสมาชิกต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ Section13.An applicant for an associate fellowship must have the qualifications, and not have the disqualifications, as hereafter [stated]:
(๑)มีสัญชาติไทย (1)being of Thai nationality;
(๒)มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ (2)having attained the age of not less than thirty-five full years;
(๓)ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (3)not being an incompetent or quasi-incompetent person;
(๔)ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (4)not having been sentenced to imprisonment by a final judgment of imprisonment, save where the penalty was for a negligent offence or petty offence;
(๕)ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง (5)not having serious misconduct.
มาตรา๑๔ผู้สมัครเป็นภาคีสมาชิกต้องมีคุณวุฒิเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง โดยได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสภาราชบัณฑิต และได้ใช้คุณวุฒิแสดงความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ Section14.An applicant for an associate fellowship must have the proficiency as an expert in any particular discipline of knowledge with a degree, certificate, or academic position not lower than that determined in the regulations of the Council of Fellows, and [must] have used the proficiency to manifest the ability in any of the following manners:[6]
(๑)ได้แสดงความสามารถในการปฏิบัติงานจนมีชื่อเสียงเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์ในวิชาการ ศิลปะ หรือวิชาชีพ (1)having manifested the ability in performing work to the extent of gaining recognised reputation and credit in academic, artistic, or professional [fields];
(๒)ได้คิดขึ้นใหม่หรือคิดแก้ไขให้ดีขึ้นซึ่งสิ่งประดิษฐ์ กรรมวิธี หรือหลักวิชาการซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าเป็นประโยชน์เป็นที่ประจักษ์ (2)having innovated or improved[7] an invention, process, or academic principle which the Royal Institute finds to be of recognised benefit;
(๓)ได้แต่งหรือแปลงหนังสือซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าดีถึงขนาด และหนังสือนั้นได้พิมพ์เผยแพร่แล้ว (3)having composed or modified a writing which the Royal Institute finds to be of considerable excellence, provided that[8] such writing has been published.[9]
มาตรา๑๕การกำหนดจำนวนภาคีสมาชิกซึ่งจะมีได้ในแต่ละสำนัก หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครและวิธีการรับบุคคลเป็นภาคีสมาชิก ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิต Section15.The determination of the number of the associate fellows that can be in each academy, [as well as] the criteria and procedure for application for, and the procedure for admission of persons to, associate fellowships, shall be in accordance with the regulations of the Council of Fellows.
มาตรา๑๖ราชบัณฑิต ได้แก่ ภาคีสมาชิกซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตในประเภทวิชาสาขาใดสาขาหนึ่งที่อยู่ในหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถาน โดยคำแนะนำของสภาราชบัณฑิต Section16.A fellow is an associate fellow whom the Prime Minister, upon advice of the Council of Fellows, suggests the Monarch appoint as a fellow in any particular discipline of a field of knowledge which is subject to the duties of the Royal Institute.[10]
มาตรา๑๗การกำหนดจำนวนราชบัณฑิตซึ่งจะมีได้ในแต่ละสำนัก การตั้งตำแหน่งราชบัณฑิตขึ้นใหม่ การตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งที่ว่าง รวมทั้งการเลือกภาคีสมาชิกเพื่อแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตในตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่หรือในตำแหน่งที่ว่าง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับสภาราชบัณฑิต Section17.The determination of the number of the fellows that can be in each academy, the establishment of new fellowships, the appointment of fellows to fill vacant fellowships, and the selection of associate fellows to be appointed as fellows for newly established fellowships or vacant fellowships shall be in accordance with the criteria and procedure determined in the regulations of the Council of Fellows.
มาตรา๑๘ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีชื่อเสียงเกียรติคุณดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ในประเภทวิชาสาขาใดสาขาหนึ่งที่อยู่ในหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถาน และได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติงานทางวิชาการอันเป็นประโยชน์แก่กิจการของราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์โดยคำแนะนำของสภาราชบัณฑิต Section18.An honorary fellow is a proficient person with reputation and credit recognised as excellent in any particular field of knowledge which is subject to the duties of the Royal Institute and having provided academic cooperation which is of benefit of the activities of the Royal Institute, whom the Prime Minister, upon advice of the Council of Fellows, nominates to the Monarch for appointment as an honorary fellow.[11]
มาตรา๑๙ให้สมาชิกราชบัณฑิตยสถานมีสิทธิและประโยชน์ ดังต่อไปนี้ Section19.Members of the Royal Institute shall have the following rights and benefits:
(๑)ภาคีสมาชิก (1)Associate fellows
(ก)รับเงินอุปการะตามระเบียบราชบัณฑิตยสถาน (a)to receive allowance money according to the rules of the Royal Institute;
(ข)ประดับเข็มเครื่องหมายตามระเบียบสภาราชบัณฑิต (b)to wear badges according to the rules of the Royal Institute;
(ค)เข้าร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายในการประชุมสำนักหรือการประชุมสภาราชบัณฑิต แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (c)to attend and express opinions or engage in debates amongst meetings of [their] academy or meetings of the Council of Fellows, but without right to vote;
(๒)ราชบัณฑิต (2)Fellows
(ก)รับเงินอุปการะตามระเบียบราชบัณฑิตยสถาน (a)to receive allowance money according to the rules of the Royal Institute;
(ข)ประดับเข็มเครื่องหมายตามระเบียบสภาราชบัณฑิต (b)to wear badges according to the rules of the Royal Institute;
(ค)ได้รับความยกย่องในงานพระราชพิธี งานพิธี หรือสโมสรสันนิบาตของทางราชการเสมอด้วยข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดี (c)to be honoured at royal ceremonies, ceremonies, or party functions held by governmental service entities,[12] as equal to a governmental servant holding an office of director-general;
(๓)ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (3)Honorary fellows
(ก)ประดับเข็มเครื่องหมายตามระเบียบสภาราชบัณฑิต (a)to wear medals according to the rules of the Council of Fellows;
(ข)ได้รับความยกย่องในงานพระราชพิธี งานพิธี หรือสโมสรสันนิบาตของทางราชการเสมอด้วยข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดี (b)to be honoured at royal ceremonies, ceremonies, or party functions held by governmental service entities,[12] as equal to a governmental servant holding an office of director-general;
(ค)เข้าร่วมประชุมในการประชุมสภาราชบัณฑิตในฐานะที่ปรึกษา (c)to attend meetings of the Council of Fellows as an advisor.
มาตรา๒๐สมาชิกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากตำแหน่งเมื่อ Section20.A member of the Royal Institute vacates the membership upon:
(๑)ตาย (1)death;
(๒)ลาออก (2)resignation;
(๓)ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ (๑) หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ (๓) หรือ (๔) (3)lacking the qualification under section 13(1) or being attacked by the disqualification under section 13(3) or (4);
(๔)ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (4)being sentenced to imprisonment by a final judgment of imprisonment, save where the penalty is for a negligent offence or petty offece;
(๕)ที่ประชุมสภาราชบัณฑิตมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ (5)being removed from the membership by a resolution of a meeting of the Council of Fellows, passed by not less than two thirds of the number of the fellows attending the meeting for one of the following reasons:[13]
(ก)ขาดประชุมสำนักที่ตนเป็นภาคีสมาชิกหรือราชบัณฑิตเป็นเวลาติดต่อกันเกินหกเดือนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (a)having been absent from the meetings of the academy of which he is an associate fellow or fellow, for over six consecutive months without reasonable grounds;
(ข)มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง (b)having serious misconduct.
ในกรณีที่ราชบัณฑิตพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบทูลให้ทรงทราบ In the event that a fellow vacates his fellowship, the President of the Royal Institute shall report [the matter] to the Prime Minister to [further be] forwarded to the Monarch for his knowledge.[14]
มาตรา๒๑ราชบัณฑิตที่อยู่ในตำแหน่งซึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เพราะเหตุชรา พิการ หรือทุพพลภาพ และราชบัณฑิตที่พ้นจากตำแหน่งเพราะเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งสำนักที่ราชบัณฑิตผู้นั้นประจำอยู่มีมติว่า อยู่ในฐานะที่ควรอนุเคราะห์ ให้มีสิทธิได้รับเงินอุปการะพิเศษตามระเบียบราชบัณฑิตยสถาน Section21.The incumbent fellows who are unable to perform their duties as usual by reason of senility, disability, or infirmity, and the fellows who vacate the fellowships by reason of being incompetent or quasi-incompetent, shall be entitled to receive special allowance money according to the rules of the Royal Institute, if the academies to which they belong resolve [to declare] that they are in the position of deserving assistance.

หมวด ๓
การดำเนินงาน



มาตรา๒๒ให้มีสภาขึ้นในราชบัณฑิตยสถานสภาหนึ่ง เรียกว่า "สภาราชบัณฑิต" ประกอบด้วย Section22.There shall be a council in the Royal Institute, called the "Council of Fellows", consisting of:
(๑)นายกราชบัณฑิตยสถานตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เป็นนายกสภา (1)the President of the Royal Institute under section 23, paragraph 1, serving as president of the council;
(๒)อุปนายกราชบัณฑิตยสถานสองคนตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เป็นอุปนายกสภา (2)two of the Vice Presidents of the Royal Institute under section 23, paragraph 1, serving as vice presidents of the council;
(๓)ราชบัณฑิตทุกคน เป็นกรรมการสภา (3)all the fellows, serving as members of the council.
ให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานเป็นเลขานุการสภา และรองเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานเป็นผู้ช่วยเลขานุการสภา The Secretary-General of the Royal Institute shall serve as the secretary of the council, and the Deputy Secretaries-General of the Royal Institute, as deputy secretaries of the council.
มาตรา๒๓ให้สภาราชบัณฑิตประชุมเลือกราชบัณฑิตเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกราชบัณฑิตยสถานคนหนึ่ง และเป็นอุปนายกราชบัณฑิตยสถานสองคน แล้วเสนอชื่อไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง Section23.The Council of Fellows shall meet and select one of the fellows for appointment as President of the Royal Institute and two [other fellows for appointment as] Vice Presidents of the Royal Institute, [and shall] then nominate them to the Prime Minister, who shall further suggest the Monarch appoint them.[15]
หลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกนายกราชบัณฑิตยสถานและอุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิต The criteria and procedure for selection of President of the Royal Institute and Vice Presidents of the Royal Institute shall be in accordance with the regulations of the Council of Fellows.
มาตรา๒๔นายกราชบัณฑิตสถานมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ Section24.The President of the Royal Institute has the following powers and duties:
(๑)เป็นผู้แทนของราชบัณฑิตยสถานในการดำเนินงานตามมาตรา ๗ (๒) (1)to represent the Royal Institute in conducting the works according to section 7(2);
(๒)กำกับดูแลการปฏิบัติงานของราชบัณฑิตยสถานทางด้านวิชาการให้เป็นไปตามนโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบ และมติของสภาราชบัณฑิต (2)to supervise the performance of academic works by the Royal Institute so that they be in line with the policies, regulations, rules, and resolutions of the Council of Fellows;
(๓)แต่งตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๓๔ (3)to appoint committees according to section 34.
มาตรา๒๕อุปนายกราชบัณฑิตยสถานมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ Section25.The Vice Presidents of the Royal Institute have the following powers and duties:
(๑)ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกราชบัณฑิตยสถานตามที่นายกราชบัณฑิตยสถานมอบหมาย (1)to perform duties on behalf of the President of the Royal Institute, as authorised by the President of the Royal Institute;
(๒)เป็นผู้รักษาการแทนนายกราชบัณฑิตยสถาน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกราชบัณฑิตยสถาน หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ (2)to act as the President of the Royal Institute in the event that there is no one holding the office of President of the Royal Institute or there is one but the one is unable to perform his duties.
มาตรา๒๖นายกราชบัณฑิตยสถานและอุปนายกราชบัณฑิตยสถานมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ Section26.The President of the Royal Institute and the Vice Presidents of the Royal Institute hold office for a term of two years and may be reselected, but shall not hold office for more than two consecutive terms.
ในกรณีที่นายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้นายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถานซึ่งพ้นจากตำแหน่งคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่านายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถาน แล้วแต่กรณี ซึ่งได้รับเลือกใหม่ เข้ารับหน้าที่ In the event that the President of the Royal Institute or a Vice President of the Royal Institute vacates office by rotation, the President of the Royal Institute or Vice President of the Royal Institute who has vacated office shall continue to be in office until the newly selected President of the Royal Institute or Vice President of the Royal Institute, as the case may be, assumes office.[16]
มาตรา๒๗นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๖ นายกราชบัณฑิตยสถานและอุปนายกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากตำแหน่งเมื่อ Section27.Apart from the vacation of office by rotation according to section 25, the President of the Royal Institute or[8] Vice President of the Royal Institute vacates office upon:
(๑)ลาออกจากตำแหน่งนายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถาน (1)resignation from the office of President of the Royal Institute or Vice President of the Royal Institute;
(๒)พ้นจากตำแหน่งสมาชิกราชบัณฑิตยสถานตามมาตรา ๒๐ (2)vacation of the membership of the Royal Institute according to section 20.
มาตรา๒๘ในกรณีที่นายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้มีการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทน เว้นแต่วาระของนายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถานเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่เลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ผู้ซึ่งได้รับเลือกให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน Section28.In the event that the President or Vice President of the Royal Institute vacates his office prior to [the expiry of] his term, there shall be selected [any] person to hold the office as a replacement, save where the remaining term of the President or Vice President of the Royal Institute is less than ninety days, [in which case] the selection of the person to hold the office as a replacement may be omitted. The person who has been selected to hold the office as a replacement shall stay in the office for the remaining term of the person he replaces.
มาตรา๒๙สภาราชบัณฑิตมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ Section29.The Council of Fellows has the following powers and duties:
(๑)วางนโยบายในการดำเนินงานด้านวิชาการตามอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถาน (1)to lay down policies for the conduct of academic works according to the powers and duties of the Royal Institute;
(๒)พิจารณาให้ความเห็นชอบในการกำหนดประเภทวิชาของสำนักและการแบ่งวิชาแต่ละประเภทออกเป็นสาขาวิชาต่าง ๆ (2)to consider and approve the determination of the fields of knowledge of the academies and the division of the fields of knowledge into disciplines of knowledge;
(๓)พิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดตั้ง การรวม หรือการแยกสำนัก (3)to consider and approve the establishment, consolidation, or separation of academies;
(๔)พิจารณาให้ความเห็นชอบในการออกข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาราชบัณฑิต (4)to consider and approve the issuance of regulations and rules relating to the conduct of operations of the Royal Institute;
(๕)เลือกนายกราชบัณฑิตยสถาน อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน รวมทั้งมีมติให้ความเห็นชอบในการเสนอแต่งตั้งราชบัณฑิตและราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (5)to select the President of the Royal Institute [and] the Vice Presidents of the Royal Institute, and to adopt resolutions to approve the nomination of fellows and honorary fellows for [further] appointment;
(๖)พิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของสภาราชบัณฑิตตามที่นายกราชบัณฑิตยสถานเสนอ (6)to consider and approve or[17] endorse the matters relating to the activities of the Council of Fellows as submitted by the President of the Royal Institute.
มาตรา๓๐การประชุมสภาราชบัณฑิต ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิต Section30.The meetings of the Council of Fellows shall be [conducted] in accordance with the regulations of the Council of Fellows.
ให้มีการประชุมสภาราชบัณฑิตอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง เพื่อปรึกษา พิจารณา และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ There shall be at least four meetings of the Council of Fellows per year for [the purpose of] taking counsel on, considering, and conducting the affairs according to the powers and duties as determined in this Act.
มาตรา๓๑ให้ราชบัณฑิตแต่ละสำนักประชุมกันเลือกราชบัณฑิตในสำนักของตนเป็นประธานสำนักคนหนึ่ง และเป็นเลขานุการสำนักคนหนึ่ง แล้วให้นายกราชบัณฑิตยสถานเสนอชื่อไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งโดยประกาศราชบัณฑิตยสถาน Section31.The fellows of each academy shall meet and select one of the fellows of their academy to serve as the president of the academy and [another] one [fellow] to serve as the secretary of the academy, and the President of the Royal Institute shall then nominate them to the Prime Minister for appointment through an announcement of the Royal Institute.
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกประธานสำนักและเลขานุการสำนัก ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิต The criteria and procedure for selection of presidents and secretaries of academies shall be in accordance with the regulations of the Council of Fellows.
มาตรา๓๒ประธานสำนักและเลขานุการสำนักมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีและอาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ Section32.The president and secretaries of academies hold office for a term of two years and may be reselected, but shall not hold office for more than two consecutive terms.
ให้นำความในมาตรา ๒๖ วรรคสอง มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของประธานสำนักและเลขานุการสำนักด้วยโดยอนุโลม The text of section 26, paragraph 2, section 27, and section 28 shall apply mutatis mutandis to the holding of office and vacation of office of the presidents and secretaries of academies.
มาตรา๓๓การประชุมสำนัก ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิต Section33.The meetings of the academies shall be [conducted] in accordance with the regulations of the Council of Fellows.
ในการประชุมสำนักแต่ละสำนัก ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกมีหน้าที่เข้าประชุมและมีหน้าที่เสนอเรื่องเกี่ยวกับวิชาการที่ตนค้นคว้าได้ต่อสำนัก ตามระเบียบสภาราชบัณฑิต At the meetings of each academy, the fellows and associate fellows have the duty to be present and have the duty to submit to the academy the academic matters which they have obtained through investigation, subject to the rules of the Council of Fellows.
มาตรา๓๔ให้มีคณะกรรมการทางวิชาการของราชบัณฑิตยสถานประจำสาขาวิชาต่าง ๆ คณะหนึ่งหรือหลายคณะ ซึ่งแต่งตั้งโดยนายกราชบัณฑิตยสถาน เพื่อดำเนินกิจการตามอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗ (๕) และ (๖) Section34.There shall be one or more academic committees for the various disciplines of knowledge of the Royal Institute, which are appointed by the President of the Royal Institute to conduct the activities under the powers and duties of the Royal Institute as provided in section 7(5) and (6).
นอกจากคณะกรรมการทางวิชาการตามวรรคหนึ่ง นายกราชบัณฑิตยสถานมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการอื่น เพื่อทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาราชบัณฑิต Apart from the academic committees according to paragraph 1, the President of the Royal Institute has the power to appoint committees to do whatever functions which are subject to the powers and duties of the Royal Institute.
ให้กรรมการทางวิชาการตามวรรคหนึ่ง และกรรมการอื่นตามวรรคสอง ได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด The members of the academic committees under paragraph 1 and the members of the other committees under paragraph 2 shall be entitled to compensation as determined by the Council of Ministers.
มาตรา๓๕ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการราชบัณฑิตยสถานคณะหนึ่ง ประกอบด้วย Section35.There shall be a Committee for Promotion of Activities of the Royal Institute, consisting of:
(๑)อุปนายกราชบัณฑิตยสถานซึ่งนายกราชบัณฑิตยสถานมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ และอุปนายกราชบัณฑิตยสถานอีกคนหนึ่ง เป็นรองประธานกรรมการ (1)the Vice-President of the Royal Institute as authorised by the President of the Royal Institute, serving as president of the committee, and one another Vice-President of the Royal Institute, serving as vice president of the committee;
(๒)ประธานสำนักและเลขานุการสำนักทุกสำนัก เป็นกรรมการ (2)the presidents and secretaries of all academies, serving as members of the committee;
(๓)ราชบัณฑิตซึ่งมิได้เป็นประธานสำนักหรือเลขานุการสำนัก ซึ่งแต่ละสำนักแต่งตั้งสำนักละหนึ่งคน เป็นกรรมการ (3)the fellows other than the [residents and secretaries of academies, as appointed by their academies, one from each academy, serving as members of the committee;
(๔)เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน เป็นกรรมการและเลขานุการ และรองเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (4)the Secretary-General of the Royal Institute, serving as Member and Secretary of the Committee, and the Deputy Secretaries-General of the Royal Institute, serving as Members and Assistant Secretaries of the Committee.
คณะกรรมการส่งเสริมกิจการราชบัณฑิตยสถานมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและเสนอข้อแนะนำแก่ราชบัณฑิตยสถาน ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินกิจการของราชบัณฑิตยสถาน โดยเสนอต่อนายกราชบัณฑิตยสถาน The Committee for Promotion of Activities of the Royal Institute has the duty to provide counsel and submit recommendations to the Royal Institute, [and to] coordinate on and support the conduct of activities of the Royal Institute. The submission shall be made to[18] the President of the Royal Institute.
มาตรา๓๖ให้มีเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของราชบัณฑิตยสถาน และปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบ และมติของสภาราชบัณฑิต และจะให้มีรองเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานปฏิบัติราชการด้วยก็ได้ Section36.There shall be a Secretary-General of the Royal Institute who shall serve as the commander of the governmental servants and assume responsibilities over the performance of governmental functions of the Royal Institute, and shall perform duties in accordance with the policies, regulations, rules, and resolutions of the Council of Fellows, and there may also be Deputy Secretaries-General of the Royal Institute to perform [certain] governmental functions.
ให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานและรองเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ The Secretary-General of the Royal Institute and the Deputy Secretaries-General of the Royal Institute shall be ordinary civil servants.
การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ให้แต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งที่อยู่ในหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานและการบริหารราชการแผ่นดิน โดยดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน The holder of the office of Secretary-General of the Royal Institute shall be appointed from amongst[19] the ordinary civil servants who have the knowledge and expertise in any discipline of knowledge which is subject to the duties of the Royal Institute and in public administration. [The appointment shall be] conducted[20] in accordance with the law on civil service organisation.

บทเฉพาะกาล



มาตรา๓๗ให้ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิต และราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นภาคีสมาชิก ราชบัณฑิต หรือราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัตินี้ Section37.The associate fellows, fellows, and honorary fellows holding office on the day this Act is published in the Government Gazette shall become associate fellows, fellows, or honorary fellows, as the case may be, under this Act.
มาตรา๓๘ให้คณะกรรมการต่าง ๆ ของราชบัณฑิตยสถานซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงเป็นคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ Section38.All the committees of the Royal Institute which are performing duties on the day this Act is published in the Government Gazette shall continue to be the committees under this Act.
มาตรา๓๙ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกราชบัณฑิตยสถาน อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ประธานสำนัก และเลขานุการสำนัก ซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระการดำรงตำแหน่ง Section39.The persons holding the offices of President of the Royal Institute, Vice Presidents of the Royal Institute, presidents of academies, and secretaries of academies on the day this Act is published in the Government Gazette, who have been selected in accordance with section 20 of the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942], shall continue to hold those offices until completion of their terms of office.
ให้ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๒๐ (๒) แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน และให้ดำรงตำแหน่งอุปนายกราชบัณฑิตยสถานตามพระราชบัญญัตินี้จนครบวาระของเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานเดิม The person holding the office of Secretary-General of the Royal Institute on the day this Act is published in the Government Gazette, who has been selected in accordance with section 20(2) of the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942], shall vacate the office of Secretary-General of the Royal Institute and shall hold an office of Vice President of the Royal Institute under this Act until completion of his term as the Secretary-General of the Royal Institute [under the] former [law].
การดำรงตำแหน่งของบุคคลตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มิให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้ The holding of office of the persons under paragraph 1 and paragraph 2 shall not constitute the terms of office under this Act.
มาตรา๔๐ในระหว่างที่ยังไม่มีข้อบังคับสภาราชบัณฑิตกำหนดประเภทวิชาของแต่ละสำนักตามมาตรา ๙ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ มาใช้บังคับไปพลางก่อน Section40.Whilst there are still no regulations of the Council of Fellows determining the disciplines of knowledge in each academy according to section 9, the provisions of section 8, section 9, and section 10 of the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942], shall apply for the time being.
มาตรา๔๑ในระหว่างที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมสภาราชบัณฑิตตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง และข้อบังคับการประชุมสำนักตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ มาใช้บังคับไปพลางก่อน Section41.Whilst there are still no regulations on the meetings of the Council of Fellows according to section 30, paragraph 1, and regulations on the meetings of the academies according to section 33, paragraph 3, the provisions of section 24 of the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942], shall apply for the time being.
มาตรา๔๒บรรดาระเบียบ ระเบียบการ และประกาศที่ได้ออกตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๗ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยังคงใช้บังคับต่อไป เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีข้อบังคับหรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ Section42.All the rules, directions, and announcements issued under the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942], and the Royal Institute Act (No. 2), 2487 Buddhist Era [1944], which are in force on the date this Act is published in the Government Gazette, shall continue to be in force in so far as they are not contrary or repugnant to the provisions of this Act, until the regulations or rules issued under this Act come into force.
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
Countersignatory:
Police Lieutenant Colonel Thaksin Shinawatra
Prime Minister

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ประกอบกับงานในหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานได้ขยายตัวออกไปมาก ทั้งในด้านการค้นคว้า วิจัย และการให้บริการทางวิชาการแก่รัฐบาล หน่วยงานของรัฐ และประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานปรับปรุงและตรวจชำระพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้สมบูรณ์และทันสมัย เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการเขียน การอ่าน และการพูดภาษาไทยให้ถูกต้องเป็นระเบียบเดียวกัน งานจัดทำสารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน ทางวิชาการสาขาต่าง ๆ งานจัดทำพจนานุกรมและบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาที่สำคัญ ๆ งานบัญญัติศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย เพื่อให้ประชาชนใช้ในการศึกษา ค้นคว้าหนังสือตำราภาษาต่างประเทศ และส่งเสริมให้มีการใช้ศัพท์วิชาการภาษาไทยแทนศัพท์ภาษาต่างประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวิชาการในการอนุรักษ์ภาษาไทย เพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์แห่งภาษาไทย ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาท ภาระ หน้าที่ และสภาพการณ์ในปัจจุบันของราชบัณฑิตยสถาน สมควรปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ระบบบริหารงานด้านวิชาการและด้านบริหาร และขยายอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานในการสร้างสรรค์ทางวิชาการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ Note: The grounds for promulgation of this Act are as follows: Whereas the Royal Institute Act, 2485 Buddhist Era [1942], has been in application for a long time, whilst the works which fall under the duties of the Royal Institute have greatly extended, whether in terms of [the conduct of] investigation [and] research or[8] the provision of academic services to the government, state agencies, and the people, especially the work of updating and revising the Royal Institute Dictionary to make it more complete and modern, capable of being used as the standard for writing, reading, and speaking the Thai language in a uniformly correct manner, the work of producing encyclopaedias, directories, [and] taxonomies in various academic fields, the work of producing dictionaries and coining academic terms in important fields, the work of coining Thai academic terms from foreign languages for the people to use in studying and investigating foreign language writings and textbooks and [for] promoting the standard use of Thai academic terms instead of foreign terms, as well as the role as an academic centre for conserving the Thai language with a view to strengthening the identities of the Thai language; accordingly, it is appropriate to improve the structure of the organisation [and] the system for management of its academic works and for its administration, and to expand the powers and duties of the Royal Institute for creating a wider range of academic works, in line with the roles, missions, duties, and present condition of the Royal Institute. Therefore, it is necessary to enact this Act.

NotesEdit

  1. Literally, "so that it appears [in a] more prominent [manner]".
  2. Literally, "shall be enacted as royal decrees".
  3. Literally, "partial members".
  4. Literally, "royal scholars".
  5. Literally, "honorary royal scholars".
  6. Literally, "to show any of the following abilities".
  7. Literally, "having conceived up anew or conceived the rectification for betterment".
  8. 8.0 8.1 8.2 Originally, "and".
  9. Literally, "has been printed [for] publication".
  10. Literally, "A royal scholar is a partial member [in respect of] whom the Presiding Minister of State will have courtly brought a matter to [His Majesty], telling [His Majesty] to appoint [him], with [His Majesty's] divine grace which pleases [all] heads, as a royal scholar in one of the branches of the types of knowledge that is [with]in the duties of the Institute of Royal Scholars, by advice of the Council of the Royal Scholars."
  11. Literally, "[in respect of] whom the Presiding Minister of State will have courtly brought a matter to [His Majesty], telling [His Majesty] to appoint [him], with [His Majesty's] divine grace which pleases [all] heads, as an honorary royal scholar".
  12. 12.0 12.1 Originally, "party functions of the governmental service side".
  13. Literally, "in one of the following events".
  14. Literally, "the President of the Institute of Royal Scholars shall report [the matter] to the Presiding Minister of State for [the latter] to courtly bring the matter [to His Majesty], informing [His Majesty of the matter], so that [His Majesty] knows [it]".
  15. Literally, "then nominate [them] to the Prime Minister to courtly bring the matter [to His Majesty], telling [His Majesty] to appoint [them] with [His Majesty's] divine grace which pleases [all] heads".
  16. Literally, "until the President of the Institute of Royal Scholars or Vice President of the Institute of Royal Scholars, as the case may be, who has been selected anew, comes in to accept duties".
  17. Originally, "and"
  18. Literally, "By submitting to". Moreover, although the term submit is used here, this clause may apply to both the counsel and the recommendations.
  19. Literally, "[As regards] the appointment of a person to hold the office of Secretary-General of the Institute of Royal Scholars, [the person] shall be appointed from".
  20. Literally, "By conducting".

BibliographyEdit

    This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.
Original:
 

This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand and is a work under section 7(2) of Thailand's Copyright Act, 2537 BE (1994) (WIPO translation), which provides:

"7. The following shall not be deemed copyright works under this Act:
(1)news of the day and facts having the character of mere information, not being works in the literary, scientific or artistic fields;
(2)the constitution and legislation;
(3)regulations, bylaws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units;
(4)judicial decisions, orders, decisions and official reports;
(5)translations and collections of the materials referred to in items (1) to (4), made by the Ministries, Departments or any other government or local units."
 
Translation:
 

I, the copyright holder of this work, hereby release it into the public domain. This applies worldwide.
In case this is not legally possible:
I grant anyone the right to use this work for any purpose, without any conditions, unless such conditions are required by law.